สรุปการประชุมภาวะเศรษฐกิจการเงิน เดือนสิงหาคม 2560

วันที่ 23 สิงหาคม 2560

 

สรุปภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปี 2560
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 เศรษฐกิจประเทศแกนหลักของโลกเติบโตได้ดี การผลิตภาคอุตสาหกรรมของโลกฟื้นตัวจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันและความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดีอัตราเงินเฟ้อไม่ปรับตัวขึ้นมากนัก ส่งผลให้ธนาคารหลักของโลกดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง ยกเว้นธนาคารกลางสหรัฐฯ

-เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ดีตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อชะลอตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยชั่วคราวไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล และอัตราค่าบริการโทรศัพท์ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออาจต่ำกว่าร้อยละ 2 ในระยะกลางและจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯยังคงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ภายในสิ้นปี 2560 พร้อมกันนี้ตลาดคาดการณ์ว่าในเดือนกันยายน 2560 ธนาคารกลางสหรัฐฯจะมีการปรับลดงบดุลลง
-เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวได้ดี โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ปี 2560 ขยายตัวร้อยละ 2.2 จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดีอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1.4-1.5 ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 2 ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับต่ำ
-เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวเร่งขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2560 โดยขยายตัวร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือขยายตัวร้อยละ 4 เทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้จ่ายและความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ในปี 2020 ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ส่งผลให้ญี่ปุ่นจะต้องมีการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดีอัตราเงินเฟ้อยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเผชิญปัญหา Aging Population
-เศรษฐกิจจีนในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวได้สูงถึงร้อยละ 6.9 แต่เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ไม่ว่าจะเป็น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และผลผลิตอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรก็เริ่มมีสัญญาณที่ชะลอตัวเช่นกัน
-เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวถึงร้อยละ 3.7 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน ขณะที่การลงทุนภาครัฐหดตัวลง

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปี 2560
เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้านทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง ไม่ว่าจะเป็น ความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังของสหรัฐฯ ความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนจากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น ทั้งนี้ IMF ได้คงคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของสหรัฐฯและอังกฤษลง เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกต่ำกว่าคาด ขณะที่ปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน
สำหรับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินประเทศเศรษฐกิจหลัก ทาง MFC คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในปี 2560 และเริ่มลดขนาดงบดุลในเดือนกันยายน 2560 ขณะที่ทางธนาคารกลางยุโรปจะเริ่มส่งสัญญาณที่จะลด QE อย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 และดำเนินการจริงในปี 2561
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.2-3.6 จากการใช้จ่ายการลงทุนของรัฐเป็นสำคัญประกอบกับการฟื้นตัวของบริโภคเอกชน การส่งออก และการท่องเที่ยว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันและฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2560 จะอยู่ที่ร้อยละ 0.8-1.2 จากระดับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อข้างต้น ส่งผลให้ MFC คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.5 ต่อปี ตลอดทั้งปี 2560

แนวโน้มตลาดและกลยุทธ์การลงทุน
อัตราผลตอบแทนตลาดตราสารหนี้ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ จากความเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐที่ลดลง ประกอบกับตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและลดงบดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งสภาพคล่องในระบบที่อยู่ในระดับสูง จากการที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อได้น้อยกว่าที่คาด และกองทุน FIF ที่ชะลอการลงทุนต่างประเทศเนื่องจาก Swap point ติดลบ ทำให้อัตราผลตอบแทนไม่น่าสนใจ ประกอบกับการลดวงเงินการออกพันธบัตรราสารหนี้ระยะสั้นของธปท.
จากเงินทุนที่ไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนกรกฎาคม 2560 ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจาก 33.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 33.28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2560
สำหรับกลยุทธ์ตราสารหนี้ในระยะต่อไป คาดว่าเส้นอัตราผลตอบแทนจะแกว่งตัวสูงขึ้น โดยควรเน้นกระจายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุต่ำกว่า 5 ปีที่มีสภาพคล่องสูง เพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้เอกชนที่ผู้ออกมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และอายุไม่เกิน 5 ปี

ภาวะตลาดตราสารทุนไทย
ในเดือนกรกฎาคม 2560 ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น, งบไตรมาส 2 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ยอดเงินให้สินเชื่อชะลอตัว ขณะที่ NPLs ยังคงเพิ่มขึ้น ประกอบกับธนาคารกลางหลักไม่ว่าจะ Fed หรือ ECB ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ และเริ่มมีการส่งสัญญาณการลดงบดุลลง อย่างไรก็ดี หากพิจารณาตามกลุ่มอุตสาหกรรม จะพบว่ากลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ มีการขยายตัวสูงสุดเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับราคาเคมีภัฑณ์ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น

สรุปผลสำรวจการคาการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทย เดือนสิงหาคม 2560 (TBA Economic Survey)
Financial summary_pic08

* End of year

บันทึกการประชุมโดย ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)