jsccib-march-61-1

(3 เมษายน 2561) จากเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2561 บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งของการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยแรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การส่งออกของไทยเติบโตแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวก็ยังคงขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ การนำเข้าที่ขยายตัวในทุกหมวดทั้งสินค้าทุน วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง และสินค้าเพื่อการบริโภค สะท้อนถึงกิจกรรมการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการใช้จ่ายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุม กกร. จึงปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกและอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2561 โดยประเมินว่า การส่งออกอาจขยายตัว 5.0-8.0% ซึ่งจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว 4.0-4.5%

อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้ายังคงมีประเด็นท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็น ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับนานาประเทศ รวมทั้งการเปิดเผยรายงานนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนนี้ ตลอดจนการปรับตัวของราคาสินค้าเกษตรบางรายการ และความคืบหน้าของการลงทุนภาครัฐ ซึ่ง กกร. จะติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด

สำหรับประเด็นข้อพิพาททางการค้าจากการที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน รวมทั้งความเป็นไปได้ที่ไทยอาจจะติดอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามองในรายงานนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่เปิดเผยโดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น ในชั้นนี้ กกร. เห็นว่า อาจจะยังมีผลกระทบที่จำกัดต่อการส่งออกของไทยในปี 2561 จึงมีการปรับเพิ่มประมาณการตามที่ระบุข้างต้น

ปี 2561 ประมาณเดิม (10 ม.ค. 61) ประมาณการใหม่ (3 เม.ย. 61)
GDP 3.8-4.5% 4.0-4.5%
ส่งออก 3.5-6.0% 5.0-8.0%
เงินเฟ้อทั่วไป 1.1-1.6% 0.7-1.2%

 

กกร.เห็นว่า มาตรฐานการบัญชี IFRS 9 ที่จะมีการบังคับใช้ในปี 2562 เป็นมาตรฐานที่มีผลกระทบกับภาคธุรกิจในวงกว้าง จึงเสนอให้คณะกรรมการกำกับวิชาชีพการบัญชี (กกบ.) ทำการพิจารณาผลกระทบให้ รอบด้านและพิจารณารายละเอียดให้มากขึ้น และเสนอให้เลื่อนการบังคับใช้เป็นปี 2565