สรุปผลการประชุมภาวะเศรษฐกิจการเงิน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2558
ประธานที่ประชุม : บมจ.ธนาคารธนชาต
สภาวะเศรษฐกิจโลก
      ในภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากการดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อาจมีการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย เศรษฐกิจยูโรโซนที่ยังคงเผชิญกับปัญหาเงินฝืด เศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเนื่องจากการพยายามปฏิรูปโครงสร้างภายในประเทศ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันพบว่า อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะคงที่อยู่ที่ร้อยละ 0.05 และ0.1 ตามลำดับ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของประเทศจีนปัจจุบันมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ร้อยละ4.35 โดยที่สหรัฐฯ นักลงทุนมีการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้หรือไม่ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจโดยภาพรวม ส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน
        เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 3/2558 (ประกาศครั้งที่1) ขยายตัวร้อยละ1.5 ต่อปี โดยยังคงมี การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังคงมีบทบาทหลัก แต่สินค้าคงคลังในไตรมาสนี้หดตัวลงมามาก ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวได้น้อยกว่าในไตรมาสที่ 2/2558 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ตัวเลขการสร้างบ้าน ยอดขายบ้านในสหรัฐฯมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการจ้างานนอกภาคเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคบริการ ทำให้อัตราการว่างงานในเดือนตุลาคม ลดลงมาอยู่ที่ ร้อยละ 5 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯปีนี้จะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2
        เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยูโรโซนโดยรวมยังคงขยายตัวแต่อยู่ในระดับต่ำ ยอดค้าปลีกรวมถึงการเติบโตของการบริโภคปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้ผลิตแม้จะอยู่ในระดับที่เหนือ 50 แต่แนวโน้มทรงตัว ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวมีทิศทางเดียวกันกับความเชื่อมั่นของผู้ผลิต
        เศรษฐกิจญี่ปุ่น ยังคงมีมุมมองว่า รัฐบาลยังคงพยายามที่จะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 2/2558 ยังคงหดตัวร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ปัจจุบันธนาคารกลางญี่ปุ่น มีการขยายมาตรการการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป โดยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลวงเงิน 80 ล้านล้านเยนต่อปี รวมถึงการตัดสินใจขยายเวลาในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ร้อยละ 2 ออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ออกไปเป็นช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559 รวมทั้งปรับลดประมาณการ GDP ในปี 2558 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.2 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.7 และประมาณการ GDP ในปี 2559 จะขยายตัวที่ร้อยละ 1.4 โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ เนื่องจากภาคการผลิตและการส่งออกได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวลงของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศจีน
        เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 3/2558 ขยายตัวร้อยละ 6.9 โดยตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์และการส่งออกยังคงอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐยังคงขยายตัวได้ดี แต่การลงทุนของภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ขณะที่ทางธนาคารกลางจีนได้มีการตัดสินใจกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลา 1 ปีลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.35และร้อยละ 1.5 ตามลำดับ และประกาศลดอัตรากันสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงร้อยละ 0.5 ส่งผลให้อัตราการกันสำรองลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 18
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม