สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ที่ยังมีความ ไม่แน่นอนสูง ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาคธุรกิจบริการ ที่มีพนักงานและลูกจ้างได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และมีสัญญาณว่าลูกหนี้รายย่อยมีความยากลำบากในการชำระหนี้มากขึ้น และยังคงมีความต้องการความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย จึงได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกหนี้ที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่องจากมาตรการเดิมที่จะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน 2564 และลูกหนี้ใหม่ที่ต้องการรับความช่วยเหลือในครั้งนี้ โดยยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น มุ่งเน้นการช่วยลดภาระหนี้ในระยะยาวมีทางเลือก มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างตรงจุดและเหมาะสม ซึ่งครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ดังนี้

1. บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล: เน้นการบรรเทาภาระลูกหนี้ด้วยการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง

2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ : เพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงเพิ่มทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้

3. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ : บรรเทาภาระลูกหนี้ด้วยการการควบคุมอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR) ไม่ให้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเดิม และปรับวิธีการคิดดอกเบี้ยช่วงที่พักบนค่างวดในช่วงที่พักชำระหนี้ และสำหรับลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง จะมีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้

4. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน : เพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วนและให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (step up) ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

นอกจากนี้ยังมีมาตรการรวมหนี้ (debt consolidation) เพื่อให้ลูกหนี้สามารถนำสินเชื่อรายย่อยอื่นที่ไม่มีหลักประกันและมีอัตราดอกเบี้ยสูง เช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อเช่าซื้อ มารวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกัน โดยการจดจำนองมูลค่าหลักประกันให้ครอบคลุมภาระหนี้ ซึ่งลูกหนี้จะได้รับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อยอื่นไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate: MRR) และยังสามารถปรับระดับการผ่อนค่างวดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามความสามารถในการชำระหนี้

สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบและประสงค์จะเข้าร่วมโครงการระยะที่ 3 จะต้องเป็นลูกหนี้ที่ไม่เป็น NPL ณ วันที่ 1 มี.ค. 63 โดยสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ผ่านช่องทางต่างๆของผู้ให้บริการทางการเงิน โดยมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 ที่ออกมาเป็นเพียงมาตรการขั้นต่ำ ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงินนั้นๆได้

ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 เป็นมาตรการต่อเนื่องจากการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 1และระยะที่ 2 ที่เริ่มให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่ต้นปี 2563 เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้รายเดือนของลูกหนี้ที่มีความเปราะบางจากผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งสมาคมธนาคารไทยและธนาคารพาณิชย์มีความมุ่งมั่นช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการธุรกิจให้มีความเข้มแข็ง ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต

280463-1
280463-1