“สมาคมธนาคารไทย” หนุนยกระดับภาคธุรกิจ จ.นนทบุรี สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

  สมาคมธนาคารไทย  สนับสนุนจังหวัดนนทบุรี ยกระดับเป็นเมืองที่น่าอยู่ ตอบโจทย์ BCG  Economy เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มศักยภาพภาคธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สอดรับทิศทางธุรกิจยุคใหม่ รับมือความท้าทายรอบด้าน

      ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะตัวแทนสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยถึงทิศทางภาคธนาคารไทยเพื่อสนับสนุนการยกระดับภาคธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “ปลดล็อกสภาพคล่อง เสริมพลังด้านการเงินให้ภาคธุรกิจ” ในงานสัมมนา “ปลดล็อก ยกระดับ ก้าวสู่เมืองน่าอยู่จังหวัดนนทบุรี” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ว่า  สมาคมธนาคารไทยเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อลดต้นทุนของภาคธุรกิจและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันพร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจให้สอดรับกับบริบทโลกยุคดิจิทัลและการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ตอบโจทย์ BCG economy (Bio-Circular-Green Economy) หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว  โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย รวมทั้งจ.นนทบุรี ที่พบว่าธุรกิจกว่า 99% คือ ธุรกิจ SME และมีส่วนสำคัญทำให้จ.นนทบุรีมีผลิตภัณฑ์จังหวัด (Gross Provincial Product: GPP) มากเป็นอันดับ 10  มีมูลค่าราว 3.45 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.2% ของเศรษฐกิจไทย

   สมาคมธนาคารไทย  สนับสนุนจังหวัดนนทบุรี ยกระดับเป็นเมืองที่น่าอยู่ ตอบโจทย์ BCG  Economy เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มศักยภาพภาคธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สอดรับทิศทางธุรกิจยุคใหม่ รับมือความท้าทายรอบด้าน

     ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะตัวแทนสมาคมธนาคารไทย เปิดเผย ถึงทิศทางภาคธนาคารไทยเพื่อสนับสนุนการยกระดับภาคธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “ปลดล็อกสภาพคล่อง เสริมพลังด้านการเงินให้ภาคธุรกิจ” ในงานสัมมนา  “ปลดล็อก ยกระดับ ก้าวสู่เมืองน่าอยู่จังหวัดนนทบุรี” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ว่า  สมาคมธนาคารไทยเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อลดต้นทุนของภาคธุรกิจและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ       ให้สอดรับกับบริบทโลกยุคดิจิทัลและการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ตอบโจทย์ BCG economy (Bio-Circular-Green Economy) หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว  โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย รวมทั้งจ.นนทบุรี ที่พบว่าธุรกิจกว่า 99% คือ ธุรกิจ SME และมีส่วนสำคัญทำให้จ.นนทบุรีมีผลิตภัณฑ์จังหวัด (Gross Provincial Product: GPP) มากเป็นอันดับ 10  มีมูลค่าราว 3.45 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.2% ของเศรษฐกิจไทย

     ซึ่งสมาคมธนาคารไทยตระหนักถึงความท้าทายของภาคธุรกิจและกำลังดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น โครงการ “Smart Financial and Payment Infrastructure for Business” หรือ “PromptBizซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลการค้า ข้อมูลการชำระเงิน และข้อมูลระบบภาษีของภาครัฐเข้าด้วยกัน ในอนาคตข้อมูลพฤติกรรมผู้ขายและผู้ซื้อภายใต้โครงการนี้ รวมถึงข้อมูลทางเลือกอื่นๆ เช่น ประวัติการชำระค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายรายเดือนโทรศัพท์มือถือ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น จะถูกพัฒนาไปใช้ใน Alternative Credit Scoring เพื่อนำไปพิจารณาสินเชื่อ

         นอกจากนี้ ภาคการเงินพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลัก ESG  อาทิ การสนับสนุนการออกตราสารหนี้สีเขียวหรือ ตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อม(Green bond) เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ BCG economy การสนับสนุนเงินทุนในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม  สินเชื่อที่อิงกับความยั่งยืน เช่น เงินกู้ส่งเสริมความอย่างยั่งยืน(Sustainability Linked Loans) และตราสารหนี้เพื่อสังคม(Social bond) ซึ่งเป็นมิติใหม่ของผลิตภัณฑ์ทางการเงินในการสนับสนุนภาคธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน