ABAC แนะแนวทางเร่งการฟื้นตัวและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2565 “คุณกอบศักดิ์  ดวงดี” เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และสมาชิกสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคของไทย ได้ให้เกียรติเข้าร่วมแถลงข่าวเผย “ABAC แนะแนวทางเร่งการฟื้นตัวและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ” หลังการประชุมครั้งที่ 3 จากประเทศเวียดนาม” ณ ห้องราชมณเฑียร Grand Ballroom ชั้น M  โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพ

ในงานดังกล่าว เป็นการแถลงข้อสรุปจากภาคเอกชนในฐานะสมาชิกสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จากการประชุม ABAC  ครั้งที่ 3/2022 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 กรกฎาคม 2565 ณ Royal International Convention Palace Ha Long ประเทศเวียดนาม เพื่อรวบรวมส่งมอบให้กับการประชุมสุดยอดผู้นำภูมิภาคเอเชียเปซิฟิก(APEC) ระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2565 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่กรุงเทพมหานคร  โดยการประชุมครั้งนี้สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ได้รายงานบทสรุปเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืน อันเป็นการดำเนินงานตามมาตรการเศรษฐกิจมหภาค การคลัง และการเงินเพื่อเร่งการฟื้นตัว ในขณะที่เศรษฐกิจเดินหน้าไปสู่การฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 และปัจจุบันนี้ยังคงต้องเผชิญกับภัยคุกคามใหม่จากอัตราเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง นโยบายการเงินควรเน้นที่การรักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ภายใต้การควบคุม และนโยบายการคลังควรหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาค่าจ้างในระยะสั้น เช่น ผ่านการสนับสนุนที่ตรงเป้าหมายและการโอนเงินไปยังกลุ่มที่เปราะบางที่สุด

ในภูมิภาคนี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ร้ายแรงหลายอย่าง เช่น ภูมิศาสตร์การเมือง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางด้านอาหารและพลังงาน ผลกระทบอย่างต่อเนื่องของการระบาดใหญ่ การหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ได้บั่นทอนความสามารถของภูมิภาคเอเปคในการบรรลุวิสัยทัศน์ปุตราจายา คณะทำงานเอแบค (ABAC) ยังคงสนับสนุนการบูรณาการทางเศรษฐกิจและความพยายามด้านนโยบายอย่างเต็มที่ โดยยกวาระอันเป็นส่วนหนึ่งของ 5 กลยุทธ์หลักของคณะทำงานเพื่อส่งมอบต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่

1. Regional Economic Integration เส้นทางสู่เขตการค้าเสรีของเอเชียแปซิฟิก (FTAAP) และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการค้าภาคบริการ ซึ่งสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคเห็นว่า FTAAP ควรตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระดับโลก        ที่ค่อยๆ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไป จึงเห็นควรในการพัฒนาแผนงานนี้ต่อไปเพื่อให้วาระนี้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน นวัตกรรมจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในภูมิภาคโดยเฉพาะในภาคบริการผ่านการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมนวัตกรรม โดยเฉพาะเกี่ยวกับบริการดิจิทัลที่สนับสนุนอีคอมเมิร์ซ,บริการทางโลจิสติกส์, บริการด้านสุขภาพ และบริการด้านสิ่งแวดล้อม
  1. Digital การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เพื่อความปลอดภัยทางไซเบอร์และดิจิทัล เนื่องจากแนวทางการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สอดคล้องและบูรณาการ นับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น และนับเป็นความสามารถในการปกป้องความก้าวหน้าและนวัตกรรมต่างๆ คณะทำงานจึงขอเรียกร้องให้เอเปคสร้างแพลตฟอร์มในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับภูมิภาคที่จะประสานการดำเนินการและการลงทุนด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ร่วมกัน
  2. MSME and Inclusiveness การเสริมสร้างแนวทางการปฏิบัติที่ยั่งยืนของ MSMEs เนื่องจาก MSMEs มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก จึงเห็นควรในการพัฒนามาตรการเพื่อสนับสนุนการเติบโตนี้อย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบการทำงานและการค้าระดับโลก โดยมาตรการดังกล่าวหมายรวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง การบูรณาการเข้ากับห่วงโซ่คุณค่า และการสนับสนุนในมาตรการนี้ให้เป็นสากล
  3. Sustainability ส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น เนื่องจากผู้ผลิตและผู้บริโภคในภูมิภาคกำลังได้รับผลกระทบครั้งประวัติศาสตร์จากราคาอาหารโลกที่พุ่งสูงขึ้น และภาวะการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตร คณะทำงานจึงเร่งดำเนินการ “แผนงานความมั่นคงด้านอาหารของ APEC สู่ปี 2030” ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและการดำเนินการตามแผนดิจิทัลความมั่นคงด้านอาหาร ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิต การจำหน่ายและการค้า ตลอดจนการนำ Bio-Circular-Green (BCG) มาปรับใช้
  4. Finance and Economics เนื่องจากการดำเนินการตามมาตรการเศรษฐกิจมหภาค การคลัง และการเงิน เพื่อเร่งการฟื้นตัว และการระบุการปฏิรูปโครงสร้างหลัก เพื่อเพิ่มผลผลิตและการเติบโต คณะทำงานเห็นความสำคัญของการควบคุมภาวะเงินเฟ้อ และนโยบายทางการเงินด้านอัตราค่าจ้างแรงงาน โดยในระยะยาว คณะทำงานเชื่อว่ารัฐบาลควรปฏิบัติตามสองเป้าหมาย คือการการเพิ่มศักยภาพทางการคลัง และการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างในการพัฒนาสู่ระบบดิจิทัลและความยั่งยืนอย่างครอบคลุม
    สำหรับการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล คุณกอบศักดิ์  ดวงดี เผยว่า เรามีความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีจะเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตให้กับภูมิภาคของเราดังนั้นการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาด้านนวตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการค้าจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน อาทิ การจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบดิจิทัล (Cybersecurity) เสริมโครงสร้างข้อมูลพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการค้าดิจิทัล(Data Infrastructure for Digital Trade) การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (MSMEs) ในการใช้เทคโนโลยี และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการชำระเงินในตลาดดิจิทัล (Digital Market Infrastructure) ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องสนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและยกระดับมาตรฐานบริการของภาคเอกชนในภูมิภาค

การประชุมสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ครั้งที่ 3 ได้ปิดท้ายลงอย่างงดงาม ท่ามกลางความมุ่งมั่นในการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนเอเชียแปซิฟิก สู่ความมั่งคั่ง เติบโต และความเป็นอยู่ที่ดีร่วมกันอย่างยั่งยืน “นายเกรียงไกร เธียรนุกุล” ประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค 2022 กล่าวปิดท้ายไว้ว่า “เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวทางความร่วมมือในระดับภูมิภาค ด้วยมาจากความต้องการที่แท้จริงของผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ และเราเชื่อมั่นว่าจะเป็นแนวทางในการช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกภาคส่วนต่อไป”